Sunday, May 24, 2009

twit me if u want

กลายเป็น Social networker ลองของเล่นใหม่ (อาจเก่าสำหรับบางคน) ของเล่นที่ว่าคือเจ้า twitter ได้ยินชื่อมานานแล้วว่าจะลองเล่นซักหนแต่ก็ผลัดมาเรื่อย จนได้ฤกษ์เล่นกะเค้าบ้างซักที เล่นมาวันสองวันคำว่า "หนุก" ยังไม่ค่อยสัมผัสเท่าไหร่ คาดว่าต้องลองเล่นซักอาทิตย์คงจะให้คำตอบได้ว่า ติดใจหรือไม่กับของเล่นชิ้นใหม่ชิ้นนี้

Sunday, May 10, 2009

10 things i hate about u

เป็นเรื่องแรกที่เห็น Heath Ledger ในหนังและชอบหนุ่มคนนี้ในสไตล์ฝรั่งหน้าเอเชีย เพิ่งมารู้ทีหลังตอนเขาเสียชีวิตว่าเป็นคนออสเตรเลีย ถ้าใครเคยดูหนังเรื่องนี้เชื่อว่าต้องหลงเสน่ห์หนุ่มมาดยียวนที่เวลาเขายิ้มปากกว้างช่างดูมีเสน่ห์เหลือร้าย ยามเล่นบทเศร้านัยน์ตาก็สื่อออกมาอย่างน่าสงสารทีเดียว ไม่เชื่อลองดูจากคลิปนี้ได้




หนึ่งในซีนที่ชอบของเรื่องนี้
I hate the way you talk to me,
and the way you cut your hair.
I hate the way you drive my car,
I hate it when you stare.

I hate your big dumb combat boots
and the way you read my mind.
I hate you so much it makes me sick,
it even makes me rhyme.

I hate it... I hate the way youre always right,
I hate it when you lie.
I hate it when you make me laugh,
even worse when you make me cry.

I hate it when youre not around,
and the fact that you didnt call.
But mostly I hate the way I dont hate you,
not even close
not even a little bit,
not even at all.






และซีนที่ถือว่าเป็นไฮไลท์

Friday, May 01, 2009

Love generation

จำไม่ได้แล้วว่าเคยดูเรื่องนี้ตั้งแต่ปีไหน รู้แต่ว่าดูแล้วหลงรักซีรี่สญี่ปุ่น ทาคูยะ และทาคาโกะ นับแต่นั้นมา ด้วยความลงตัวของเนื้อเรื่อง เพลง ภาพ สัญลักษณ์ลูกแอปเปิ้ล ที่เห็นมาก่อนจะรู้จักค่ายแอปเปิ้ลของสตีฟจ๊อบซะอีก เรื่องนี้เลยเป็นความลงตัวของทุกสิ่งอย่าง จนต้องหาซื้อแผ่นเก็บไว้ดู
love generation...ทาคูยะในบทเทปเป หนุ่มเซอร์ครีเอทีฟไฟแรงผู้มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง ต้องถูกย้ายตำแหน่งด้วยความหมั่นไส้จากใครหลายๆ คน เทปเปย้ายมาอยู่ฝ่ายขาย จากหนุ่มเชิ้ตขาว กางเกงยีนส์ ต้องเปลี่ยนลุคมาใส่สูทผูกไท ทำงานในแบบที่ตรงข้ามกับนิสัยของตัวเองอย่างสิ้นเชิง แน่นอนว่าเขาต้องใช้เวลาปรับตัวมาก แต่สุดท้ายด้วยความช่วยเหลือของริโกะก็ทำให้เขาสามารถผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ และความใกล้ชิดทำให้ทั้งคู่ซึ่งต่างเคยผิดหวังกับความรักมาแล้ว เริ่มเรียนรู้รักครั้งใหม่อีกครั้ง เป็นในแบบที่เทปเปว่า true love never runs smooth

เรื่องราวของเทปเปใกล้เคียงกับเรื่องราวของพี่ผู้จัดการในฝ่าย เขาย้ายจากผจก.ฝ่ายศิลปกรรม มาอยู่ฝ่ายการตลาด จากหนุ่มศิลป์ต้องมาทำการตลาด คงเป็นเรื่องยากอยู่เหมือนกันสำหรับคนที่ไม่มีความรู้ด้านนี้มาก่อน ด้วยปัญหาหลายๆ อย่าง บวกกับแรงกดดัน ความคาดหวังสูงจากผู้บริหาร สุดท้ายแล้วเขาก็ต้องถอยออกจากบริษัทไป...จบแบบไม่สวยหรูเพราะมันคือชีวิตจริง!