ช่วงวันหยุดที่ผ่านมามีโอกาสดูหนังจาก ubc สองเรื่อง 13 going on 30 และอีกเรื่องไม่ได้ดูแต่ต้น ชื่อภาษาไทยก็จำไม่ได้ เพราะตั้งซะยาวเชียว รู้แต่ว่าทั้งสองเรื่องพูดถึงเวลา เวลาในอดีตและอนาคต ผลของสิ่งที่เราทำในอดีต ทุกการกระทำมีผลต่ออนาคต หากเพียงแต่เราคิดแก้การกระทำของอดีต อนาคตที่ควรจะเป็นในตอนแรกก็จะเปลี่ยนไป 13 going on 30 เด็กหญิงวัย 13 ที่อยากโตเป็นสาว 30 เมื่อคำอธิษฐานมีผลดังหวัง เธอเป็นสาว 30 ในวันรุ่งขึ้น เพียงแค่ร่างกายเท่านั้น ความคิดและความทรงจำของเธอยังเท่ากับตอน 13 แล้วเธอก็พบว่าตัวเองช่างร้ายกาจและลืมความรักของคนใกล้ชิด เมื่อต้องผิดหวังกับเพื่อนร่วมงานที่แอบกัดเธอข้างหลัง ความคิดของหญิงวัย 13 จึงนึกถึงพ่อแม่ นั่นแหละเธอจึงกลับมาหาความรักอบอุ่นอีกครั้ง แล้วเมื่อมีโอกาสย้อนกลับไป ณ เวลาเดิมเธอจึงแก้ไขอดีตที่ผิดพลาดไป เช่นเดียวกับอีกเรื่องที่ ลูกชายวัย 36 ช่วยเหลือพ่อของเขาที่เป็นนักดับเพลิงให้รอดจากเหตุการณ์ไฟไหม้ โดยเขาเองสื่อสารกับพ่อซึ่งอยู่อีกเวลาหนึ่ง (30 ปีก่อน) ผ่านเครื่องส่งวิทยุ พ่อตายในอุบัติเหตุครั้งนั้นคือความทรงจำของเขา เมื่ออดีตถูกเปลี่ยนแปลงย่อมมีผลต่ออนาคต พ่อเขาไม่ได้ตาย แต่แม่ของเขากำลังจะถูกฆ่าโดยฆาตกรโรคจิต เขาจึงร่วมมือกับพ่อพยายามทำทุกอย่างเพื่อแก้ไขเรื่องราวในอดีต...ทั้งสองเรื่องจบลงที่พวกเขาสามารถแก้ไขอดีตได้และเปลี่ยนเรื่องราวในอนาคตเสียใหม่
ชวนให้คิดว่า ชีวิตจริง หากเราย้อนเวลากลับไปได้ มันจะดีจริงหรือ? หลายเสียงอาจตอบว่า ก็ช่วยให้เราแก้ไขสิ่งที่ทำผิดพลาดในอดีตแบบที่ทำให้เราเสียใจมาจนถึงทุกวันนี้ไง แต่แน่ใจหรอว่าถ้าแก้แล้วสิ่งนั้นมันจะดีที่สุด แล้วทำไมไม่คิดกลับว่าถ้าทำวันนี้ให้ดีเสียแต่เนิ่นๆ ก็จะได้ไม่ต้องมีอดีตร้ายๆ ให้มานั่งเสียใจภายหลังล่ะ
2 comments:
ต๊กกะใจตื่นมา 30 หนุกดีเนอะ
ส่วนอีกเรื่องที่แกจำชื่อไม่ได้คือ เรื่อง "Frequency" นั่นเอง งิงิ
แทงๆ ยังอุตส่าห์ตามมาบอก น่าร้ากที่สุด...อ่อเรื่องนี้ลุ้นโคตรอะ มันดี
Post a Comment