Wednesday, November 28, 2007

เทศกาลลอยกระทงหรือจุดพลุกันแน่?

วันเพ็ญเดือนฉิบฉองน้ำก็นองเต็มตลิ่ง.... ได้ยินเสียงน้องกาย ร้องเพลงลอยกระทงแบบกระท่อนกระแท่นมาแต่ไกล ด้วยความอยากเที่ยว ในขณะที่พ่อแม่น้องกายไม่ว่าง เลยต้องรับบทคุณอาแสนดีพาหลานไปลอยๆ กระทง กำลังเดินๆ จะไปถึงท่าน้ำละ เจอะเด็กน้อยมาขายกระทง เอามั้ยคร้าบสี่สิบ ๆ อุ๊ยไมแพงจังสี่สิบเลยหรอ งั้นไม่เอาดีกว่า ไอ้น้องรีบบอกงั้นยี่สิบละกันเพ่ แหมลดให้ขนาดนี้ต้องซื้อซักหน่อย ว่าแล้วก็ยื่นตังค์รับกระทงมาให้น้องกาย มิวายมองหาไฟแช็คกะมาจุดธูปเทียน รอตั้งนานกว่าจะเจอคนมีน้ำใจขอต่อไฟหน่อย พอจุดได้ปุ๊บ น้องกายเป่าเทียนดับปั๊บ อาตกใจไมหลานเป่าเทียนดับ เพิ่งมาเข้าใจทีหลังว่ามันนึกว่าทำเหมือนเค้กวันเกิด --' (โอ้วว หลานฉานนน)

ตอนจะลอยสิ ทำไงดี ไม่ได้นั่งอยู่ใกล้โป๊ะเรือซะด้วย เห็นคนยืนมุงกันอยู่เลยเข้าใจทันที มีเด็กๆ รับอาสาลอยให้ถึงแม่น้ำ ก็น้องแกเล่นไปแวกว่ายในน้ำอยู่คนนึง อีกคนคอยส่ง คนนึงรับกระทงจากลูกค้า ทำงานกันเป็นทีมเวิร์กดีมาก ค่าลอยก็แล้วแต่ศรัทธาใครใคร่ให้เยอะน้อยน้องก็ยิ้มรับด้วยความดีใจ คืนนั้นก็อธิษฐานขอลอยสิ่งไม่ดีออกจากชีวิตไป อ่อลอยมันกระทงเดียวแหละแต่อธิษฐานกันสามสี่คนเลย แหะๆ ยุคประหยัดต้องเข้าใจ


สิ่งที่รู้สึกขัดอกขัดใจชะมัดยากคือไอ้เสียงพลุบ้าง ปะทัดบ้าง ดังสนั่น ไม่เข้าใจมันจะจุดเรียกใครหรืออย่างไร หนวกหูบวกกับเสียวจะกระเด็นมาโดนเด็กๆ ด้วย นี่มันงานเทศกาลลอยกระทงหรือจุดปะทัดกันแน่วะ รำคาญมาก ในที่สุดเกิดเหตุร้ายจนได้ มารู้วันรุ่งขึ้นว่า ไฟไหม้ร้านเฟอร์นิเจอร์แถวบ้าน ร้านนี้อยู่ติดถนนใหญ่เป็นเหมือนโกดังเก็บของด้วย วันเกิดเหตุมีใครไม่รู้จุดพลุแล้วมันลอยมาตกบนหลังคาร้าน เพลิงลุกลามในขณะที่เจ้าของเป็นอัมพาตเด็กในร้านพยายามช่วยแกออกมา แต่ตัวแกหนักเกินกว่าแรงจะทานไหว สุดท้ายก็เสียชีวิตทั้งคู่ เด็กในร้านอีกคนก็บาดเจ็บสาหัสนอนอยู่ห้องไอซียู กว่าดับเพลิงจะมาก็ล่อไปสองชม.แล้ว ไม่รู้ไปทำอะไรกันอยู่ ดับเพลิงอยู่ใกล้แค่นี้เอง ตอนแรกคิดว่ามีข่าวเรื่องนี้ลงนสพ.ซะอีก แอบนึกหวังในใจว่าจะเป็นอุทาหรณ์ให้คนเล่นบ้าง แต่กลับเงียบฉี่ ข่าวไฟไหม้หายไปกับสายลม

Saturday, November 10, 2007

no money no funny


ดูข่าวน้ำมันขึ้นทุกวันชวนให้เครียดเสียเหลือเกิน เพราะข้าวของต่างขึ้นราคา ไอ้ที่อั้นๆ กันถึงปลายปีนี้ ปีหน้าจ่อคิวขึ้นราคาเป็นแถว ครั้นจะไม่ให้ขึ้นก็น่าเห็นใจ ทำยังไงได้ก็ต้นทุนมันแพง! แต่พอน้ำมันลด ราคาของมันไม่ลด เพราะเจ้าของกิจการรู้จักแต่เกียร์เดินหน้า เกียร์ถอยหลังไม่เคยใช้ สงสัยคงเสียถาวร

ข้าวของขึ้นราคา แต่เงินเดือนยังคงที่ ทำยังไงดี ไม่แน่ว่าเร็วๆ นี้ อาจมีข่าวคนงานเดินประท้วงขอขึ้นค่าแรงก็เป็นได้ อย่างที่อเมริกาที่ตอนนี้ screenwriters หนังและทีวี ออกโรงประท้วงกันยกใหญ่ขอค่าลิขสิทธิ์เพิ่ม จากส่วนแบ่งตลาดที่กว้างขึ้น ทั้งที่ขายในรูปดีวีดี หนังหรือรายการทีวีที่ให้ดาวน์โหลดบนมือถือ อินเทอร์เน็ต ฯลฯ ไม่รู้ผลจะเป็นยังไง แต่ที่แน่ๆ หากยังตกลงกันไม่ได้ รายการทีวี หนัง ซีรีส์ ไม่มีบทขึ้นมา เราอาจได้ดู reality show แทน!!!
no money no funny ไม่แปลกถ้าคนคิดงานสร้างสรรค์จะคิดแบบนี้ (ก็ปากท้องต้องมาก่อน) แต่ที่อดเศร้าใจไม่ได้ ก็สิ่งบันเทิงที่มอบให้คนดูไม่ได้มาจากความคิดที่มอบความสนุกสนานแต่มาจากระดับของเงินทุน ยิ่งมากยิ่งสนุกอย่างนั้นหรือ!
คำตอบอยู่ที่แต่ละคน ที่แน่ๆ หนังดังๆ ฟอร์มยักษ์ ลงทุนสูง ฉากอลังการ ไม่ค่อยได้เงินจากฉันเท่าไหร่ หนังฟอร์มเล็ก ลงทุนไม่มาก เนื้อเรื่องสนุกกลับเรียกความสนใจได้มากกว่า... ไม่ใช่เป็นเด็กแนวตามที่ฮิตกันอยู่ แต่รู้ว่าตัวเองคงเป็นพวก minority women ซะมากกว่า