วันเพ็ญเดือนฉิบฉองน้ำก็นองเต็มตลิ่ง.... ได้ยินเสียงน้องกาย ร้องเพลงลอยกระทงแบบกระท่อนกระแท่นมาแต่ไกล ด้วยความอยากเที่ยว ในขณะที่พ่อแม่น้องกายไม่ว่าง เลยต้องรับบทคุณอาแสนดีพาหลานไปลอยๆ กระทง กำลังเดินๆ จะไปถึงท่าน้ำละ เจอะเด็กน้อยมาขายกระทง เอามั้ยคร้าบสี่สิบ ๆ อุ๊ยไมแพงจังสี่สิบเลยหรอ งั้นไม่เอาดีกว่า ไอ้น้องรีบบอกงั้นยี่สิบละกันเพ่ แหมลดให้ขนาดนี้ต้องซื้อซักหน่อย ว่าแล้วก็ยื่นตังค์รับกระทงมาให้น้องกาย มิวายมองหาไฟแช็คกะมาจุดธูปเทียน รอตั้งนานกว่าจะเจอคนมีน้ำใจขอต่อไฟหน่อย พอจุดได้ปุ๊บ น้องกายเป่าเทียนดับปั๊บ อาตกใจไมหลานเป่าเทียนดับ เพิ่งมาเข้าใจทีหลังว่ามันนึกว่าทำเหมือนเค้กวันเกิด --' (โอ้วว หลานฉานนน)ตอนจะลอยสิ ทำไงดี ไม่ได้นั่งอยู่ใกล้โป๊ะเรือซะด้วย เห็นคนยืนมุงกันอยู่เลยเข้าใจทันที มีเด็กๆ รับอาสาลอยให้ถึงแม่น้ำ ก็น้องแกเล่นไปแวกว่ายในน้ำอยู่คนนึง อีกคนคอยส่ง คนนึงรับกระทงจากลูกค้า ทำงานกันเป็นทีมเวิร์กดีมาก ค่าลอยก็แล้วแต่ศรัทธาใครใคร่ให้เยอะน้อยน้องก็ยิ้มรับด้วยความดีใจ คืนนั้นก็อธิษฐานขอลอยสิ่งไม่ดีออกจากชีวิตไป อ่อลอยมันกระทงเดียวแหละแต่อธิษฐานกันสามสี่คนเลย แหะๆ ยุคประหยัดต้องเข้าใจ
สิ่งที่รู้สึกขัดอกขัดใจชะมัดยากคือไอ้เสียงพลุบ้าง ปะทัดบ้าง ดังสนั่น ไม่เข้าใจมันจะจุดเรียกใครหรืออย่างไร หนวกหูบวกกับเสียวจะกระเด็นมาโดนเด็กๆ ด้วย นี่มันงานเทศกาลลอยกระทงหรือจุดปะทัดกันแน่วะ รำคาญมาก ในที่สุดเกิดเหตุร้ายจนได้ มารู้วันรุ่งขึ้นว่า ไฟไหม้ร้านเฟอร์นิเจอร์แถวบ้าน ร้านนี้อยู่ติดถนนใหญ่เป็นเหมือนโกดังเก็บของด้วย วันเกิดเหตุมีใครไม่รู้จุดพลุแล้วมันลอยมาตกบนหลังคาร้าน เพลิงลุกลามในขณะที่เจ้าของเป็นอัมพาตเด็กในร้านพยายามช่วยแกออกมา แต่ตัวแกหนักเกินกว่าแรงจะทานไหว สุดท้ายก็เสียชีวิตทั้งคู่ เด็กในร้านอีกคนก็บาดเจ็บสาหัสนอนอยู่ห้องไอซียู กว่าดับเพลิงจะมาก็ล่อไปสองชม.แล้ว ไม่รู้ไปทำอะไรกันอยู่ ดับเพลิงอยู่ใกล้แค่นี้เอง ตอนแรกคิดว่ามีข่าวเรื่องนี้ลงนสพ.ซะอีก แอบนึกหวังในใจว่าจะเป็นอุทาหรณ์ให้คนเล่นบ้าง แต่กลับเงียบฉี่ ข่าวไฟไหม้หายไปกับสายลม
