Sunday, April 16, 2006

season change


เคยบ้างไหม ที่คุณอยากจะฟังเพลงซักเพลงหนึ่ง โดยที่คุณไม่ได้โทรไปขอตามคลื่นวิทยุ และไม่ได้เป็นเพลงใหม่แกะกล่องที่เหล่าดีเจพากันกระหน่ำเปิดวนเวียนซ้ำไปซ้ำมา แต่มันบังเอิญจริงๆ ที่คุณนั่งฟังวิทยุอยู่ในรถในเสี้ยวนาทีที่กำลังคิดถึงเพลงนี้ แล้วเสียงเพลงก็แว่วมา...


"หากเปรียบกับชีวิตของคน เมื่อยามสุขล้นจนใจมันยั้งไม่อยู่

ก็คงเปรียบได้กับฤดูคงเป็นฤดูที่แสนสดใส(และ/แต่)

ถ้าวันหนึ่งวันไหนที่ใจเจ็บทนทุกข์

ดังพายุที่โหมเข้าใส่บอกกับตัวเองเอาไว้ความเจ็บต้องมีวันหาย

ไม่ต่างอะไรที่เราต้องเจอทุกฤดู

อดทนเวลาที่ฝนพรำอย่างน้อยก็ทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่าง

เมื่อวันเวลาที่ฝนจางฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราได้เข้าใจว่ามันคุ้มค่า(แค่ไหนที่เฝ้ารอ)

เมื่อวันที่ต้องเจ็บช้ำใจจากความผิดหวังจนใจมันรับไม่ทัน

เป็นธรรมดาที่เราต้องไหวหวั่นกับวันที่อะไรมันเปลี่ยนไป(และ/แต่)

ถ้าวันหนึ่งวันไหนที่ใจเจ็บทนทุกข์ ดังพายุที่โหมเข้าใส่

บอกกับตัวเองเอาไว้ความเจ็บต้องมีวันหายไม่ต่างอะไรที่เราต้องเจอทุกฤดู

อดทนเวลาที่ฝนพรำอย่างน้อยก็ทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่าง

เมื่อวันเวลาที่ฝนจางฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราได้เข้าใจว่ามันคุ้มค่า (แค่ไหนที่เฝ้ารอ)

อย่าไปกลัวเวลาที่ฟ้าไม่เป็นใจอย่าไปคิดว่ามันเป็นวันสุดท้าย

น้ำตาที่ไหลย่อมมีวันจางหาย

หากไม่รู้จักเจ็บปวดก็คงไม่ซึ้งถึงความสุขใจ

อดทนเวลาที่ฝนพรำอย่างน้อยก็ทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่าง

เมื่อวันเวลาที่ฝนจางฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราได้เข้าใจว่ามันคุ้มค่า (แค่ไหนที่เฝ้ารอ)

อดทนเวลาที่ฝนพรำอย่างน้อยก็ทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่างเมื่อวันเวลาที่ฝนจาง
ฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราได้เข้าใจว่ามันคุ้มค่า (แค่ไหนที่เฝ้ารอ)ที่เฝ้ารอ"

เพลงที่ให้กำลังใจได้ดีอีกเพลงหนี่ง season change

No comments: